 |
 |
| "บิ๊กแน็ต"ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศไทย |
|
 |
ไทยลีกเตรียมเดินหน้ายกระดับสู่ความเป็นอาชีพตามเกณฑ์ของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี โดยใช้การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และให้สโมสรฟุตบอลจับคู่กับจังหวัด/ท้องถิ่น/ชุมชน หวังสร้างแฟนบอลตัวจริง “บิ๊กแน็ต” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศไทย ลั่นลีกอาชีพเกิดแน่ ไม่ว่าจะเป็นในยุคของใครก็ตาม
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอาคารที่พักนักกีฬา 300 เตียง การกีฬาแห่งประเทศไทย “บิ๊กแน็ต” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศไทย เป็นประธานในในการประชุม สรุปผลการศึกษาดูงาน การบริหารจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมี นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และตัวแทนจากทั้ง 16 สโมสรในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก เดินทางมาร่วมการประชุม
ที่ประชุมได้พูดถึงแนวทางการดำเนินงานการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทยให้ประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งผ่านการประเมินของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยเน้นเรื่อง การจดทะเบียนนิติบุคคลเชิงพาณิชย์ ซึ่ง นายชัยภักดิ์ ชี้แจงว่า วิธีแก้ปัญหาขององค์กรรัฐวิสาหกิจ คือ จดทะเบียนแค่สโมสรฟุตบอล ไม่ใช่จดทั้งองค์กร อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของสโมสรทหารบก และกรมศุลกากร ได้ชี้แจงว่า ทีมของตนมีปัญหาในการจดทะเบียน โดย พ.อ.ศุภณัฐ แก้วหิรัญ ผู้อำนวยการกีฬาของ ทบ.เปิดเผยว่า “การจะไปจดทะเบียนอาจทำให้ไม่ได้รับเงินสนับสนุน และต้องดูต่อไปว่าขัดกับระเบียบของทางราชการหรือไม่ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้น ทาง ทบ.เอง อาจต้องถอนทีมออกจากไทยลีก”
ขณะที่ นายเฉลียว พุ่มไสว ผู้จัดการทีมกรมศุลกากร กล่าวในทำนองเดียวกันว่า “เราเป็นหน่วยงานทางราชการ อาจมีปัญหาในการจดทะเบียน ซึ่งต้องคุยกับผู้บริหารก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้เราก็ยินดีที่จะลงไปเล่นในระดับดิวิชัน 1 แทน อย่างไรก็ตาม เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้เล่นในไทยลีกต่อไป”
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้สโมสรฟุตบอลจับคู่กับจังหวัด/ท้องถิ่น/ชุมชน เพื่อสร้างวัฒนธรรมกีฬาใหม่ ให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของสโมสรร่วมกัน โดยการทำกิจกรรมร่วมกับสโมสรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังมีการกำหนดร่างเป้าหมายจังหวัด/ท้องถิ่น ในการสร้างความร่วมมือการดำเนินงานฟุตบอลอาชีพกับสโมสรอาชีพของประเทศไทย ซึ่งทาง กกท.ได้ยกร่างรายชื่อจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย 28 จังหวัด ดังนี้ 1.จังหวัดที่สนามกีฬาอยู่ในความดูแลของ กกท.11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, นครราชสีมา, สงขลา, สุพรรณบุรี, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, ราชบุรี, สุรินทร์, สระบุรี, สมุทรปราการ 2.จังหวัดปริมณฑลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, อยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสงคราม 3.จังหวัดใหญ่ 10 จังหวัด ได้แก่ ระยอง, ลพบุรี, เพชรบุรี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, อุดรธานี, สกลนคร, ภูเก็ต, เชียงราย, พิษณุโลก, นครสวรรค์
ทั้งนี้ “บิ๊กแน็ต” ยังได้กล่าวยืนยันกับตัวแทน 16 สโมสรในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกด้วยว่า ลีกที่เป็นระบบอาชีพจะเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน “ผมขอย้ำตรงนี้ว่า ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าลีกอาชีพจะไม่เกิดขึ้น ผมรับรองว่ามันจะเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าประธานไทยลีกคนต่อไปจะเป็นใครก็ตาม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับตัวระบบ ไม่ใช่ตัวบุคคลแต่อย่างใด”
ส่วนกรณีที่ คณะกรรมการที่ดูแลฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ได้ประกาศประเทศที่ผ่านเกณฑ์ตามข้อกำหนดของเอเอฟซี ที่ได้โควตาลุยศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 11 ชาติในฤดูกาลหน้า จากการประเมินครั้งแรก ซึ่งไทยไม่ติดโผนั้น ทางคณะกรรมการเอเอฟซีได้กำหนดให้แต่ละชาติส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างสโมสรของแต่ละชาติอีกครั้ง ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จากนั้นในวันที่ 15 ธันวาคม จะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมชี้ขาดทั้งหมด โดยหากชาติใดก็ตามที่ไม่ยอมส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างไปให้เอเอฟซีทราบ จะต้องโดนลงโทษด้วยการห้ามส่งทีมเข้าแข่งขันทุกถ้วย |
|