Home ข่าว ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น1 ดิวิชั่น2 โปรลีก ฟุตบอลถ้วย Shop ทีมงาน ติดต่อ
   ฟุตบอลภาคกลาง
   ฟุตบอลภาคเหนือ
   ฟุตบอลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
   ฟุตบอลภาคตะวันออก
   ฟุตบอลภาคใต้
   webboard
   ดูบอล..ออนทัวร์
   สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
   การกีฬาแห่งประเทศไทย
   ไทยฟุตบอลลีก
   AFC football asia
   FIFA world football
   กระทู้บอลไทย
   ผลบอลไทยสดๆ
  สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้4
 ผู้เข้าชมในวันนี้30
 ผู้เข้าชมทั้งหมด19,564
  province news
ค้นหา :    
3 D Game เพาเวอร์ ออฟ 'ฉลามชล'
จำนวนผู้เข้าชม 184 คน

เปิดไต๋ "ฉลามชล" สโมสรฟุตบอลจากชลบุรีที่พลิกรูปเกมบอลไทยให้มีสีสัน และตื่นตาตื่นใจขึ้นมากับบรรยากาศเชียร์สุดคึกคัก และลีลาสร้างทีมจาก "โนเนม" สู่ตำแหน่งแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกปี 2550 ด้วย "3 D Game" "เกมดี-กองเชียร์ดี-รายได้ดี"

 

สูตรเด็ดของ "ทีมเล็ก" แต่ "คิดใหญ่" กับภารกิจหวังไกล "บอลอาชีพ" และชื่อชั้นสโมสรระดับเอเชียในอนาคต

กระแสคลั่งไคล้ในหมู่แฟนคลับต่อทีมฟุตบอล "ชลบุรี เอฟซี" หรือที่เรียกกันสั้นๆ "ฉลามชล" ทีมฟุตบอลจาก จ. ชลบุรี ทีมภูธรที่กลายเป็น "หัวหอก" ในการสร้างทีมฟุตบอลอาชีพ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลไทย

แต่ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้มาแค่ลัดนิ้ว "ฉลามชล" สร้างตัวเองมาอย่างเป็นขั้นตอน มีกระบวน และใช้เวลายาวนานถึง 15 ปี

แม้จะเลือกเดินตามแม่แบบทีมจากเกาะอังกฤษ และอเมริกา แบบเต็มๆ ทั้งการทำทีมและเชิงพาณิชย์ ด้วยความคิดที่ว่า ควรมีทีมฟุตบอลของเมืองนั้นเพื่อสร้างความผูกพันในหมู่กองเชียร์ แต่ “ฉลามชล” มีสไตล์เฉพาะที่น่าศึกษาไม่น้อย

ชลบุรี เอฟซี มีต้นกำเนิดจากคนรักฟุตบอลในรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญ และมีการทำทีมตั้งแต่ระดับโรงเรียน พัฒนาสู่ระดับจังหวัด กระทั่งต่อเนื่องมาถึงระดับประเทศ

และกำลังกรุยทางถึงสนามใหญ่อาเซียน บ่งบอกยี่ห้อ “ฉลามชล” ที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะกระแสเชียร์ในสนาม และกิจกรรมแฟนคลับที่สโมสรอื่น ๆ เห็นแล้วต้องอิจฉา

ทัพกองเชียร์หลายพันคนที่ขนกันมาพร้อมอุปกรณ์การเชียร์ ตั้งแต่ธง สำหรับโบกไปมา ผ้าพันคอ และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องใส่เสื้อทีมเพื่อร่วมเป็นหนึ่งกับทีมที่รักสร้างความคึกคักไม่แพ้เกมในสนาม

“แต่กว่าจะถึงตรงนี้ได้ก็เหนื่อย และก็ยอมรับว่า แรก ๆ ก็ต้องใช้หน้าม้าจัดตั้งอยู่เหมือนกัน”

"อรรณพ สิงห์โตทอง" ผู้ช่วยผู้จัดการทีมฉลามชล เปิดอกถึงเส้นทางสร้างทีมกว่าจะเป็นที่ยอมรับนั้น “เหนื่อย”

แต่ด้วยความตั้งใจบนความเชื่อที่ว่า “ต้องทำได้”

"ชลบุรี เอฟซี" ถูกวางหมากไว้ให้เดินตามแม่แบบไม่ผิดไปจากฟุตบอลอาชีพระดับอินเตอร์ แถมยังพกรูปแบบการตลาดครบเครื่อง

ไม่ต้องพูดถึง การตลาด 4P ที่ทีมนี้เดินอยู่ในกรอบเกมแบบครบถ้วน

ตั้งแต่ "Product" หรือ นักเตะ ที่เรียกว่า สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความสำเร็จ หรือล้มเหลว นักเตะฝีเท้าดีเป็นที่ยอมรับ ย่อมนำมาซึ่งความศรัทธาและเป้าหมายของทีม

ในการสร้างนักเตะ ทั้ง "อรรณพ" และ "วิทยา คุณปลื้ม" ตระกูลนักการเมืองดังท้องถิ่นที่ "ซี้" กันมาตั้งแต่สมัยเรียนและชวนกันเดินต่อในเส้นทางสร้าง "ฉลามชล" ริเริ่มแผนสร้างดาวรุ่งด้วยตัวเอง

เกมเริ่มต้นตั้งแต่ปั้นคนเก่งรุ่นเยาว์ระดับมัธยม แล้วสร้างทีมต่อเนื่องสู่ระดับจังหวัด กระทั่งมาเป็นระดับสโมสร หรือระดับประเทศ

ราว 220 คนในแต่ละปี จะมีเด็กฝีเท้าดี รักที่จะเติบโตในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพมาให้คัดสรร หรือในแบบเฉพาะที่ "อรรณพ" บอกว่า "เป็นการเพาะกระดูก" นั้น ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 12 ปีก่อน

ถึงวันนี้เครือข่ายขยาย จากที่มีอัสสัมชัญ ศรีราชา เพียงแห่งเดียว วันนี้มี "จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย" รร. กีฬาจังหวัดชลบุรี รร. ชลราษฎร์อำรุง เสมือนเป็นอะคาเดมี เพาะกระดูกนักเตะพันธุ์ "ฉลามชล" ขึ้นมา

นอกจากนักเตะที่เต็มไปด้วยตัวเลือกจากแผนปั้นคน การดึง "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล มาเป็นผู้ฝึกสอน และ "จเด็ด มีลาภ" ผู้ช่วยโค้ช เป็นอีกตัวเสริมสำคัญเรื่อง Product ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในตลาด

วัดได้จากผลงานในไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก จากที่เคยรั้งอันดับ 8 ในปี 2549 ก็ก้าวสู่แชมป์ในปี 2550 ส่งให้ "ฉลามชล" กลายเป็นโปรดักท์ดังในชั่วข้ามคืน

ไม่เพียงเท่านั้น นักเตะฝีเท้าระดับดาราของทีมกลายเป็นหนึ่งสินค้ามูลค่าสูงที่ตลาดต้องการ ซึ่งกลายเป็นอีกมูลค่าเพิ่มให้กับทีมจากการไปค้าแข้งในหลายสโมสรต่างประเทศ ตั้งแต่ โกสินทร์ หทัยรัตนกุล ที่ไปค้าแข้งกับ Persib Brandung ในอินโดนีเซีย ด้วยค่าเหนื่อยหนึ่งล้านบาท

ยังมี Kone และ Jackky ที่ไปร่วมงานกับ HOME UNITED ในสิงคโปร์ ด้วยค่าเหนื่อย 6 แสนบาท 2 นักเตะ "สุรีย์ สุขะ" และ "เกียรติประวุฒิ สายแวว" ที่ไปค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี ด้วยค่าเหนื่อยรวมกัน 3.5 ล้านบาท แม้ครั้งหลังจะเต็มไปด้วยข่าวเบี้ยวค่าเหนื่อย หรือไม่มีโอกาสได้ติดทีมเรือใบสีฟ้า แต่ที่แน่ ๆ "ฉลามชล" กลายเป็นแบรนด์ที่รู้จักมากขึ้นไปแล้วในแวดวงกีฬาระดับประเทศ และภูมิภาคเอเชีย

ต่อมาเป็นเรื่องของ Price สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมีผลต่อการอยู่รอดของทีม ด้วยมูลค่าตั๋วเข้าชมที่จัดเก็บครั้งแรก 20 บาทต่อที่นั่ง ในความจุของสนาม 5,000 ที่นั่น เท่ากับมีรายได้เข้าทีม 1 แสนบาท กลายเป็นรายได้ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

จากนั้นขยับเป็น 30 บาท กระทั่งเป็น 50 บาทในปัจจุบัน เท่ากับ 2.5 แสนบาทต่อการแข่งขันแต่ละครั้ง

แม้จะเป็นตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าตั๋วที่ขยับแต่ "อรรณพ" บอกว่า ยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายของทีม เพราะด้วยราคาตั๋ว 50 บาทนี้ ต้องจัดมูลค่าเพิ่มให้กับผู้เข้าชมนอกจากตั๋วที่นั่ง เช่น สูจิบัตรประจำทีม TPLweekly ฉบับ Chonburi FC News เพื่อรายงานข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับทีมให้กับผู้เข้าชม

Place หรือการเพิ่มความจุในสนามจึงเป็นสิ่งที่อยู่ในเป้าหมายของ "อรรณพ" โดยเล็งไว้ที่ขนาด 10,000 ที่นั่ง และหากผลักดันให้เกิดได้จริง เท่ากับ "ฉลามชล" จะมีรายได้จากค่าตั๋ว 5 แสนบาทต่อแมทช์

"อยู่ระหว่างเสนอกับภาครัฐเพื่อลงทุนพัฒนาสนามแข่งมาตรฐานขึ้นมาจังหวัดชลบุรี โดยเป็นงบประมาณที่รัฐจะสนับสนุนให้ครึ่งหนึ่ง และทางหน่วยงานระดับจังหวัดหาเข้ามาสมทบอีกในส่วนที่เหลือ"

นอกจาก 3 P ที่กล่าวถึง ยังมี Promotion อีกกลยุทธ์สำคัญที่ทีมนี้เริ่มมาถูกทางและวางเป็นเป้าหมายสำคัญของการทำทีมสู่ระดับอาชีพ

เริ่มต้นแล้วในฤดูกาลปี 2550 กับการว่าจ้างบริษัทเคเบิลทีวีท้องถิ่นมาถ่ายทอดสดให้คนที่พลาดเดินทางเข้ามาชมในสนามได้ชมกัน

มาถึงฤดูกาล 2551 ได้มีการว่าจ้างบริษัทสยามสปอร์ต ถ่ายทอดสดออกทางสยามกีฬาทีวี ช่อง NBT 19 โดยรัศมีการถ่ายทอดที่ไกลกว่าเดิมนี้ทำให้ "ชลบุรี เอฟซี" กินอาณาเขตสร้างความนิยมในกลุ่มคนดูนอกเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี

แค่ 4P อาจจะน้อยไปสำหรับการทำทีมให้สำเร็จได้ เพราะกรอบคิดทางการตลาด และสร้างทีม ของ "ฉลามชล" นับจากนี้ คิดไปไกลกว่านั้น

จะสำเร็จได้ต้อง "ทีมดี กองเชียร์ดี และรายได้ดี" หรือเรียกว่า "3 D Game" ก็ไม่ผิดนัก

ในส่วนของทีมนั้น "อรรณพ" ทำมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ระดับเยาวชน ลับฝีเท้าไต่เต้าสู่ความแข็งแกร่งในระดับสโมสร แม้เด็กเหล่านี้ส่วนหนึ่งไม่ได้เป็น "คนชลบุรี" แต่กำเนิด แต่ก็รับแนวคิด และวิถีชีวิตของคนเมืองนี้ไปเต็มๆ

นอกจากเด็กปั้นแล้ว หนึ่งในสีสันที่ "ชลบุรี เอฟซี" โลดแล่นได้โดดเด่นกว่าทีมอื่นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการดึงนักเตะต่างชาติเข้ามาเสริมทีม ซึ่งก็เป็นส่วนผสมที่เป็นทั้งจุดแข็ง และจุดขายสำคัญให้กับทีม ล่าสุดมีการดึงนักเตะชาวฝรั่งเศสจาก เทโร ศาสน Dvid Lebas เข้ามาเป็นอีกสีสันให้กับทีมแทนที่ เนย์ ฟาบิโอ เด โอลิเวียรา ที่ย้ายทีมออกไป

"อดุล หละโส และเนย์ ฟาบิโอ เด โอลิเวียรา ที่จะย้ายไป อดุล มีค่าเหนื่อย 2 ล้าน ส่วน เนย์ 4 ล้าน ทำให้มีเงินเข้าทีม 6 ล้านบาทใน ปี 51"

การที่นักเตะเป็นที่ยอมรับทั้งในเกม และมีการติดต่อเพื่อให้ไปค้าแข้งด้วย สะท้อนได้ดีถึงศักยภาพของสโมสรที่เป็นที่ยอมรับ

ทีมที่ดีอย่างเดียวคงไม่พอ กองเชียร์ที่ดี ก็มีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของทีม โดยเฉพาะ "ชลบุรี เอฟซี"

แม้ "อรรณพ" จะออกตัวว่ามี "กองเชียร์จัดตั้ง" หรือ "หน้าม้า" ในช่วงแรกๆ ทั้งต้องขวนขวายจัดหารถรับส่ง และอาหารเครื่องดื่ม

แต่สำหรับนาทีนี้ "เป็นตัวจริงล้วนๆ"

กว่า 5 พันคนที่ตามเชียร์แบบเกาะติดสนาม แต่หากคิดเป็นคนที่สมัครผ่านเวบไซต์ www.chonburifc.net แล้วอยู่ที่ประมาณ 2 พันคน ผ่านการสมัครโดยมีค่าใช้จ่าย 150 บาทต่อคน ซึ่งจะได้เสื้อเชียร์กลับไป

"แฟนคลับจะเกิดได้ต้องสร้างประสบการณ์ร่วม ให้เขารู้สึกดีใจ และเสียใจไปกับทีม" อรรณพ บอก

งานนี้จึงใช้เวบไซต์เข้ามาเป็นตัวเชื่อมระหว่างทีม นักเตะ และแฟนคลับ ซึ่งเวบไซต์นี้ก็มาจากจุดเริ่มที่แฟน ๆ เป็นคนลงมือทำให้ วันนี้มีหลายกระทู้ที่คนเข้าไปอ่านหลายเป็นร้อยเป็นพันคนต่อวัน เป็นเรื่องราวที่มีทั้งชื่นชม และก็มีไม่น้อยที่ต่อว่า

เวบไซต์ กลายเป็นเครื่องมือการสร้างสังคมคนรัก "ฉลามชล" อย่างเป็นรูปแบบมากขึ้น และทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็น "ครอบครัวเดียวกัน" ขึ้นมาทันที

"อรรณพ" ถ่ายทอดบรรยากาศในเมืองชลบุรีวันนี้ที่มีฟุตบอลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในหัวข้อสนทนา โดยเฉพาะสภากาแฟ ไม่เว้นแม้ในตลาดว่า

เพียงเห็นคนสวมเสื้อแข่งของทีมเดินตามท้องถนนในวันที่มีการแข่งขัน ก็จะเห็นภาพของบรรดารถยนต์ที่มุ่งหน้าไปยังสนาม หยุดรับเหล่าแฟนฉลามเข้าเป็นหนึ่งในเพื่อนเดินทางแบบไร้ข้อกังขา

ยังมีออเดอร์สั่งซื้อเสื้อผ่านเวบไซต์ที่สั่งตรงมาจากเชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ เข้ามา

เป็นสัญญาณเชิงบวกที่บอกว่า "ฉลาม" ตัวนี้น่าจะไปได้ไกลอีกมากจากกระแสที่เกิดขึ้น

เมื่อกลุ่มแฟนๆ เกิด และที่ดีกว่านั้น เป็นแฟนตัวจริงที่ไม่ต้อง "จัดตั้ง" "อรรณพ" จึงได้ขยับขยายลู่ทางหารายได้ใหม่ ๆ เข้าทีม

เหล่าสินค้าเมอร์ชั่นไดซ์ ประกอบด้วย เสื้อแข่ง สายรัดข้อมือ หมวก และอื่นๆ เป็นแหล่งรายได้ใหม่นอกเหนือจากค่าตั๋วจากการแข่งขัน ซึ่งทำได้เพียงในช่วงเวลาการแข่งขัน 8-10 เดือนในรอบปี

"เฉพาะเสื้อแข่งเราขายได้ 3 พันตัวในปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นลู่ทางที่จะสร้างรายได้เลี้ยงตัว"

นอกเหนือจากรายได้สินค้ายังมีทัพสินค้าต่างๆ ที่เล็งแล้วว่า การร่วมกระแสท้องถิ่นนิยมกับ "ชลบุรี เอฟซี" ครั้งนี้ จะได้ "ได้" มากกว่า "เสีย"

จากสินค้าเพียงไม่กี่ตัวในช่วงแรก ขยับเป็น 6 บิ๊กสินค้าในปีที่ผ่านมา ทั้งไทยเบฟ ซึ่งเข้ามาในยุคแรกๆ จากนั้นก็มีปตท. โค้ก ยามาฮ่า เอฟบีที ช้าง Nutchison ports Thailand อมตะ และเหมราช

"แต่ละตัวขึ้นอยู่กับข้อตกลง ตั้งแต่ 1 ล้าน 2 ล้าน และ 5 ล้านบาท ซึ่งโลโก้สินค้าเหล่านี้จะไปปรากฏบนเสื้อแข่ง และสินค้าที่ผลิต ซึ่งเราต้องหาสปอนเซอร์ และเงินให้ได้ 15 ล้านบาทต่อปีเพื่อให้เพียงพอต่อการทำทีม"

เมื่อรายได้เป็นเสมือน "ลมหายใจ" ของความสำเร็จและการสร้างทีม ทุกเรื่องที่ทำจึงต้องคล้องจองกันไปแบบ "แทคทีม"

นอกจากขายสินค้าผ่านช็อปซึ่งมีสาขาที่เปิดในกลางเมืองชลบุรี ขายผ่านเวบไซต์ สร้างรายได้จากตั๋วเข้าชม และเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์กระเป๋าหนักแล้ว "อรรณพ" บอกว่ายังมีแผนต่อท่อสู่ลู่ทางรายได้ใหม่ๆ

โดยเฉพาะรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ หลังนำร่องไปแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา เหนือกว่านั้นยังมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตสินค้ายอดฮิตที่นักเชียร์บอลทั้งหลายนิยม g=jo เครื่องดื่มน้ำดำ มันฝรั่ง ป๊อปคอร์น ฯลฯ ภายใต้แบรนด์ "ชลบุรี เอฟซี"

"แน่ใจว่าอย่างน้อยระหว่างสินค้าแบรนด์อื่นกับแบรนด์ของทีม แฟนคลับต้องเลือกที่จะกิน และดื่มสินค้าของทีมมากกว่า"

การผุดแบรนด์ตัวเองขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะแฟนคลับ "อรรณพ" บอกว่า จะได้เห็นในช่วง 1-2 ปีนี้ โดยยังรอที่จะพัฒนาฐานแฟนคลับให้ได้ถึงหมื่นคนจาก 5 พันคนในปัจจุบันเสียก่อน

ทว่า ทุกอย่างจะไม่เกิดหาก Product ซึ่งหมายถึงผลงานของทีมไม่เป็นที่ถูกใจ วันนี้หัวใจของเกม "ชลบุรี เอฟซี" จึงอยู่ที่ผลงาน เพื่อเรียกรายได้จากสปอนเซอร์ ค่าตั๋วเข้าชม สินค้าเมอร์ชั่นไดซ์ และลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

ถ้ายังต้องการจะโลดแล่นเหนือทีมใดในเกมท้าทายของ "ทีมเล็ก" แต่ "คิดใหญ่" ของวงการฟุตบอลไทย

........................................................

'แฟนคลับ' แรงดันสปอร์ตมืออาชีพ

การจัดการเชิงมูลค่า "ฉลามชล" ทีมระดับสโมสรตามสูตรสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งของแม่แบบ "พรีเมียร์ลีกอังกฤษ" ออกสตาร์ท "เร็ว" และ "แรง"

ทว่ายังห่างชั้น หากจะดันสู่เส้นทางสายอาชีพ

"จะไปต่อ...คงต้องขยับทั้งลีก" เสียงสะท้อนจาก รณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งและบริหารจัดการลิขสิทธิ์สินค้าถึงมุมมองการพัฒนาสปอร์ตเชิงพาณิชย์ของทีมชลบุรี เอฟซี หรือเจ้าของฉายา "ฉลามชล" กับโอกาสการเติบโตในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ

จากพัฒนาการด้านสร้างสรรค์เกมของ "ชลบุรี เอฟซี" ทำได้ดีทั้งในและนอกสนาม

หลากลูกเล่นที่งัดมาใช้ นอกจากฝีเท้านักเตะไทยที่เรียกเสียงเชียร์ทุกครั้งที่เดินสู่สนามแล้ว ยังเติมความหวือหวาด้วยการดึงแข้งต่างชาติเข้ามาเสริมทีม

นำมาซึ่งความแตกต่าง และผลงานที่โดดเด่นในระยะ 2-3 ปีมานี้

บวกกับการพัฒนาทีมเชียร์ที่เหนียวแน่นขึ้นเรื่อยๆ บนความศรัทธาและความภาคภูมิใจในทีมที่ตัวเองรัก

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายส่วนผสมที่หลอมรวมเป็นสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งของ "ชลบุรี เอฟซี" ที่ทำให้โดดเด่นกว่าทีมสโมสรคู่แข่ง โดยเฉพาะจากสปอนเซอร์ชิป ซึ่งถือเป็นต้นทางของรายได้หลักของการทำตลาดลักษณะนี้

การดึงสินค้าเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ชิป พัฒนาเสื้อแข่ง และสัญลักษณ์ให้มีสีสัน มีกองเชียร์ที่คอยติดตาม และมีผลงานดีจากฝีเท้านักเตะ ล้วนเป็นองค์ประกอบตามกรอบของสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งที่ทั่วโลกนำมาใช้

และ "ฉลามชล" เป็นอีกทีมที่แสดงให้เห็นว่า ฟุตบอลไทย ก็ทำได้

"ทีมชลบุรีฯ เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการสร้างความคลั่งไคล้ให้กับแฟนบอล ขณะที่ส่วนของทีมก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง และตรงนี้เองที่ทำให้ทีมอื่นๆ เริ่มปรับตัวตาม"

แต่รณพงศ์ย้ำว่า "ทั้งระบบต้องพัฒนาไปพร้อมกัน"

เพราะแม้ชลบุรี เอฟซี จะพยายามอย่างมาก คงเป็นได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นแค่กระแสวูบเดียว รณพงศ์ แนะนำว่า ควรมีการพูดคุยกับทางสมาคมและผู้บริหารลีกเพื่อหามาตรการกระตุ้นให้แต่ละทีมมีมาตรฐานเดียวกัน และหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องของการจัดการที่ต้องพัฒนากองเชียร์อย่างเป็นระบบด้วย

"ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะปัญหาคนไทยไม่ชอบดูบอลไทย อีกทั้งคนส่วนใหญ่เลือกที่จะดูฟุตบอลทางโทรศัพท์มากกว่าการเข้าตีตั๋วชมในสนาม บางครั้งแม้จะแจกฟรีแต่ยังเรียกคนได้น้อยมาก ส่วนสำคัญเพราะเกมไม่เร้าใจ ทำให้ขาดสีสันที่จะเรียกคนดู"

นอกจากทีมเชียร์แล้ว ที่ยังต้องทำต่อเนื่อง คือ การพัฒนาสนามแข่งขันให้ได้มาตรฐาน และบริหารรายได้จากการถ่ายทอดสด

พรีเมียร์ลีกของอังกฤษเคยทำสำเร็จมาแล้วในยุค 1990 ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของการบริหารทีมให้มีมาตรฐาน และจัดการรายได้จากการถ่ายทอดสดเพื่อหารายได้เข้าทีมอย่างเป็นรูปธรรม

"ถ้าไม่มองเป็นธุรกิจ ก็ไม่มีคำว่ามืออาชีพ" สะท้อนการเดินทางของวงการฟุตบอลไทยที่ยังวนเวียนอยู่กับความพยายามในการยกชั้นสู่มาตรฐานอาชีพ

.........................................................

เรารัก 'เดอะชาร์ค'

สีสันในสนามและบรรยากาศกองเชียร์ที่ติดตามทีมรักไปทุกครั้งที่มีการแข่งขันทั้งสนามเหย้า และเยือน และไม่พลาดในทุกครั้งที่มีการถ่ายทอดสด

ขณะที่ระดับความรักหรือความคลั่งไคล้วัดได้ที่การมีส่วนร่วมในกิจกรรม และขาดไม่ได้สินค้ายี่ห้อทีมโปรดในครอบครอง เพื่อบ่งบอกความเป็นสาวก

"แฟนคลับ" พวกเขา คือ กำลังสำคัญที่สนับสนุนทีมฟุตบอลให้อยู่รอด

สไตล์การเชียร์ของแฟนคลับฉลามชลเรียกว่า โดดเด่นสร้างสีสันบรรยากาศไม่แพ้การชมฟุตบอลในต่างประเทศ

ระดับเชียร์ทีมชาติมีอะไร ต่างประเทศเชียร์อย่างไร พวกเขาเก็บข้อมูลไว้ อุปกรณ์ประกอบการเชียร์มีทั้งป้ายแซว ผ้าพันคอ ธงประจำทีมผืนใหญ่ที่โบกสะบัด กลอง และสำคัญสุด ลีลาเชียร์แบบดุดันเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ และเป็นการให้กำลังใจทีมตัวเอง มีการทำกิจกรรมหน้าสนามแข่ง ฯลฯ

"เราจะเชียร์แบบดุดัน 90 นาทีเชียร์ตลอด บางทีก็โหดเพื่อข่มขวัญคู่แข่ง แต่จบ 90 นาทีก็จบ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียสมาธิกับเกม ขณะที่ให้กำลังใจทีมตัวเอง

อย่างแมทช์ไทยแลนด์ลีกปีที่แล้ว ครึ่งแรกเราถูกนำ 2-0 ก็ตะโกนเรียกนักฟุตบอล อย่างพิภพ อ่อนโม้ พอได้ยินเสียงเชียร์ก็วิ่ง เกมพลิกมาชนะ 3:2" หนึ่งในแฟนคลับของ "ฉลามชล" เก่งหรือ "ธีรศักดิ์ คงได้" กล่าว

เก่ง คือตัวตั้งตัวตีชักชวนเพื่อนฝูงมาเชียร์ฉลามชล กระทั่งก่อตัวเป็นแฟนคลับอย่างจริงจัง

บทบาทแฟนคลับในสายตาของเก่ง เขามองว่า สำคัญในฐานะกำลังใจ เพราะนักบอลถ้ามีคนดูก็มีกำลังใจเล่น "ถ้าไม่มีคนดูก็ไม่รู้จะเล่นให้ใครดู บางทีเสียงเชียร์มีส่วนพลิกเกมบ้าง"

เก่งเริ่มต้นเป็นแฟนคลับให้กับชลบุรีเอฟซีอย่างจริงจัง เมื่อทีมนี้ผ่านเข้ารอบไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก เพราะความผูกพันในฐานะ "คนชลคนหนึ่ง" เนื่องจากเขาเรียนหนังสือและทำงานในจังหวัดนี้ ทั้งๆ ที่แต่เดิม เก่งเป็นแฟนบอลทีมบีอีซี เทโร เพราะสโมสรดังกล่าวมีทีมชาติเยอะ แต่เนื่องจากไม่มีความผูกพันกับทีม ทำให้เขาบอกว่า "เชียร์ไม่สนุก"

"พอชลบุรีเข้ารอบ เลยชวนเพื่อนๆ มาเชียร์ และคิดว่าเราน่าจะจับกลุ่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทำกิจกรรมเลยตั้งกลุ่มขึ้นมา"

การก่อตั้งกลุ่มจะเน้นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์เพื่อให้รู้จักและคุ้นเคยกัน อย่างเช่นจัดแข่งฟุตบอลแฟนคลับ ทำให้จำนวนแฟนคลับเริ่มขยายตัวจากสิบคนเพิ่มเป็นหลักร้อย

2 ปีสมาชิกเพิ่มเป็นพันคน ตอนนี้สมาชิกประมาณ 5 พันคน ซึ่งสนามที่ชลบุรีจุราว 4-5 พันคน เท่ากับว่า ในแมทช์สำคัญๆ กองเชียร์เต็มสนามพอดี

แฟนคลับกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เชียร์ในเมืองไทยเกือบทุกแมทช์ หากยังเหนียวแน่นตามไปเชียร์ถึงในต่างประเทศ โดยจะมีราว 5-6 คนรวมทั้งเก่ง ซึ่งเขาบอกว่าไปรวมตัวกับคนไทยที่นั่น

"แต่ถ้าใกล้อย่างสิงคโปร์ประมาณ 20-30 คน ตอนนี้ก็มีต่างชาติเชียร์ทีมชลบุรีเพราะกำลังมีชื่อเสียง" เก่งบอกอย่างภูมิใจในทีมรัก นอกจากนี้ยังเป็นแฟนคลับที่ "พร้อมจ่าย" อย่างเช่นค่าตั๋วแม้จะสนิทสนมกับทางสโมสรและนักฟุตบอลแต่พวกเขาก็ยินดีจ่าย "เพราะถ้าเราไม่จ่ายค่าตั๋ว แล้วใครจะจ่าย" เก่งให้เหตุผล

ไม่เพียงแต่การรวมตัวเพื่อเชียร์ทีมโปรด แต่แฟนคลับกลุ่มนี้ยังได้รวมตัวกันทำงานอย่างเป็นระบบ มีการแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ เช่น ฝ่ายดูแลรถในการเดินทาง ฝ่ายบัตรสมาชิก ฝ่ายจำหน่ายเสื้อผ้าแฟนคลับ ฝ่ายเวบไซต์ สมาชิกทำกิจกรรมหน้าสนาม การประสานงานเพื่อไปดูการแข่งขันนอกบ้าน

เก่งบอกว่าที่เข้ามาทำด้านธุรกิจด้วยเพราะผู้ใหญ่ต้องการให้แฟนคลับมีรายได้ เนื่องจากเมื่อก่อนทางสโมสรต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางอย่างเช่น ค่าเดินทางให้กับแฟนคลับ

"ผู้ใหญ่เลยเสนอว่า ถ้าทำของที่ระลึกมาขายจะได้เป็นค่าใช้จ่าย ที่ทำตอนนี้ก็ได้พอสมควร เป็นค่าเดินทางบ้าง เอาไปซื้อของที่ระลึกให้ทีมตรงข้ามบ้าง ซื้ออุปกรณ์เชียร์บ้าง"

แฟนคลับยังได้สิทธิพิเศษบางอย่าง อย่างเช่นการเก็บค่าโดยสาร ซึ่งสมาชิกจะจ่ายในอัตราที่ต่ำกว่าคนไม่เป็นสมาชิก เช่น ไทยแลนด์ลีกเก็บ 20 บาท ถ้าเป็นเอเอฟซีเก็บ 100 บาท ใครไม่เป็นสมาชิกเก็บเพิ่ม

เก่งบอกว่า อยากให้ฉลามชลเป็นแบบทีมแมนยูฯ ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและต่างประเทศ

"แฟนคลับอยากเห็นทีมเป็นฟุตบอลสโมสรระดับโลก เพราะในเอเอฟซี ก็ทำได้ในระดับไม่ขี้ริ้ว ทำได้สูงกว่าเป้าหมาย จากเดิมที่เราแพ้ขาด ตอนนี้เรามีศักยภาพสู้ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย คิดว่าน่าจะมีโอกาส

ตอนนี้เราเป็นระดับภูมิภาค มีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งก็โอเค เป็นการแสดงศักยภาพว่าชลบุรีก็ทำได้" 

http://www.bangkokbizweek.com

province news
  • แข้งปากน้ำโชว์เจ๋งซิวแชมป์บอลโปรลีก
  • พิจิตรจัดแข่งบอลไทยแลนด์โปรวินเชียลลีก
  • พ่อเมืองชาละวันการันตีพร้อม “โปรลีก” 2008 รอบชิงชนะเลิศฯ
  • ประจวบฯ พร้อมจัด “โปรลีก” 2008 รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย
  • "ปลาทู" โล่งนายทุนอยู่ต่อ "โค้ชฉ่วย" ล่าแข้งเสริม
  • "ฉลามชล" จ่อสร้างรังใหม่หลังได้สปอนเซอร์หนุน 18 ล้าน
  • ปลาทูคะนองป่วน!ผจก.ทีมโบกมือลาเก้าอี้
  • "ฉลาม" ซัดโทษผงาดครองฝูงไทยลีก
  • นครปฐมเฮ ลิ่วทีมอาชีพพร้อมดึง 6 แข้งลีกกัมพูชาร่วมทีม
  • ร่วมประกวดออกแบบ โลโก้ , มาสคอต และ สโลแกน ประจำทีม สำหรับฤดูกาลหน้า
  • ไทยลีกรวมพลังจังหวัดจับมือสร้างสโมสรอาชีพ
  • สโมสรจับคู่กับจังหวัดสอดคล้องAFC
  • 3 D Game เพาเวอร์ ออฟ 'ฉลามชล'
  • "หมูป่า"โวยเชิตดำไม่ทันเกมทำพ่าย"โลมา"
  • น้าฉ่วยยิ้มงบบู๊10 ล.ลุ้น 5อันดับแรก
  • "ฉลามชล"แย้ม"ฟาเบียโน"จำใจย้ายร่วมทัพเมลเบิร์นฯ
  • ดูข่าวทั้งหมด

    Copyright by football76.com 
    Football76.com ฟุตบอลภูธร สู่ มืออาชีพ

    แลกลิ้งค์
    www.makewebeasy.com