Home ข่าว ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น1 ดิวิชั่น2 โปรลีก ฟุตบอลถ้วย Shop ทีมงาน ติดต่อ
   ฟุตบอลภาคกลาง
   ฟุตบอลภาคเหนือ
   ฟุตบอลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
   ฟุตบอลภาคตะวันออก
   ฟุตบอลภาคใต้
   webboard
   ดูบอล..ออนทัวร์
   สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
   การกีฬาแห่งประเทศไทย
   ไทยฟุตบอลลีก
   AFC football asia
   FIFA world football
   กระทู้บอลไทย
   ผลบอลไทยสดๆ
  สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้4
 ผู้เข้าชมในวันนี้90
 ผู้เข้าชมทั้งหมด19,532
  ภาคอีสาน
ค้นหา :    
ผู้บุกเบิกกีฬาฟุตบอลอีสาน
จำนวนผู้เข้าชม 97 คน

       ในประวัติศาสตร์วงการศึกษาของไทย กระทรวงธรรมการยึดหลัก 3 ประการสำคัญ คือการเรียน การเล่นกีฬา และการอบรมจริยธรรม หากนักเรียนทำผิดจะถูกลงโทษเพื่อต้องการให้เกิดความสำนึกดี จึงทำให้สยามประเทศผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่าง ๆ เพราะชาติเรามีทรัพยากรบุคคลที่เคยผ่าน "ไม้เรียว" มาแล้วแทบทั้งสิ้น และผู้บุกเบิกกีฬาลูกหนังบนแผ่นดินอีสาน ก็เช่นกัน

.......พระยาสุนทรพิพิธ หรือเชย สุนทรพิพิธ เกิดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2434 ณ บ้านริมคลองบางสะแกฝั่งธนบุรี เป็นบุตรนายแพ และนางหุ่น สุนทรพิพิธ เริ่มเรียนหนังสือที่วัดบางสะแกนอก (หลังตลาดพลู) กับพระหม่อม ที่ใช้การสอนตามแบบครูโบราณโดยจะทำโทษด้วย "ไม้เรียว" เพื่อต้องการให้ลูกศิษย์จดจำ หรือไม่ประพฤติผิดอีก ก่อนจะเข้าศึกษาชั้นประถม โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข (พ.ศ. 2443 - 2446 ) มีเพื่อนเรียนร่วมรุ่น อาทิ พลเอกเจ้าพระยามรามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ ณ อยุธยา), พล.ต.พระยาอนิรุธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ ณ อยุธยา), พันโท พระยาจงสรวิทย์ (เพี้ยน สมิตานนท์), พล.ต.ท.พระรามอินทรา (ดวง จุลยานนท์) ฯ ล ฯ และชั้นมัธยม โรงเรียนวัดนวลนรดิศ (พ.ศ. 2447 - 2448)

......."...โรงเรียนมิใช่เป็นเพียงสถานศึกษาให้ความรู้วิชาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานอบรมความประพฤติตลอดถึงนิสัยจิตใจด้วย การอบรมของโรงเรียนนับแต่การประชุมฟังคำสั่งสอนของครู การที่ครูคอยตำหนิว่ากล่าวตักเตือน ตลอดจนการลงโทษเมื่อทำผิด ฯ วิธีการดังกล่าวนี้นับว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเป็นคุณประโยชน์แก่เด็ก ๆ ผู้เยาว์วัยเป็นอย่างมาก โดยช่วยกล่อมเกลานิสัยเด็กให้เป็นคนดีและมีจิตสำนึก ไม่เป็นบุคคลมีใจกระด้างในกาลเมื่อเติบโตขึ้นต่อไป..." (บันทึกความจำ เล่ม 1 เรื่องการศึกษา (และกีฬา) และการฝึกงานหัวเมือง/พระยาสุนทรพิพิธ/พ.ศ. 2515)

..............ต่อมา พระยาสุนทรพิพิธ จึงได้ไปถวายตัวเป็นมหาดเล็ก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎ ราชกุมาร (รัชกาลที่ 6) อยู่ที่วังปารุสวัน และพระราชวังสราญรมย์ โดยทรงโปรดเกล้า ฯ ให้เข้าเรียนในโรงเรียนมหาดเล็กหลวง หรือโรงเรียนข้าราชการพลเรือน (ปัจจุบัน คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ซึ่งสอนวิชามหาดเล็ก วิชาเลขานุการ วิชากฎหมาย วิชาปกครอง และวิชาภาษาอังกฤษ จนจบประกาศนียบัตรวิชารัฏฐประศาสน์ โดยพระยาชลบุรานุรักษ (เจริญ จารุจินดา) ข้าหลวงเทศาภิบาล จึงได้ขอตัวไปเป็นผู้ช่วยเลขานุการมณฑลอีสาน ณ อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. 2453

......."...ฟุตบอล - อุบล เมื่อคราวไปกรุงเทพ ฯ ข้าพเจ้านึกถึงทุ่งศรีเมืองที่อุบลกว้างใหญ่ประมาณ 1 ใน 3 ของท้องสนามหลวง ไม่เพียงแต่จะเป็นสนามเล่นฟุตบอลได้ เขาทำสนามแข่งม้ากันด้วยซ้ำไป ข้าพเจ้าเป็นคอฟุตบอลอยู่แล้ว เวลากลับเมืองอุบลจึงได้ซื้อฟุตบอลมาด้วย คุณติดเคยเล่นฟุตบอลด้วยกันเมื่ออยู่โรงเรียนมหาดเล็ก คุณผ่องก็เคยเล่นด้วยก้นเมื่ออยู่ในวัง ดังนั้นมีพวกเรา 3 คนแล้วที่เล่นฟุตบอลได้ ส่วนข้าราชการอื่น ๆ ดูจะมีอาวุโสเกินกว่าการเล่นฟุตบอลทั้งนั้น ข้าพเจ้าจึงจับพวกเสมียนพนักงานที่เคยเป็นนักเรียนมา และพวกครูหนุ่ม ๆ มาเล่นฟุตบอลกัน เดือนสองเดือนต่อมาคนเล่นก็พอจัดแบ่งเป็นฝ่ายเป็นทีมได้ ตกเย็นเลิกงานแล้วก็มารวมกันที่สนาม พวกที่ไม่เคยเตะฟุตบอลพอเตะถูกก็ชักจะติด ๆ แล้วก็มีพวกนายทหารและตำรวจหนุ่ม ๆ ซึ่งรู้จักฟุตบอลมาแล้วแต่ครั้งอยู่โรงเรียนก็มารวมพวกกับเราด้วย การเล่นจึงเป็นไปตามแบบตามแผนและมีการแข่งขันให้เกิดความสนุกได้..." (บันทึกความจำ เล่ม 2 เมื่อเป็นเลขานุการมณฑลอิสาณ (อุบล)/พระยาสุนทรพิพิธ/พ.ศ. 2515)

.......และนั้น คือจุดเริ่มต้นของการเล่นฟุตบอลในมณฑลอิสานสมัยแรก ภายหลังการนิยมเล่นฟุตบอลเริ่มแพร่หลายมากขึ้น จึงจัดการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนเช่นเดียวกับพระนคร ในขณะนั้น พระยาสุนทรพิพิธ ยังเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรเสือป่ากองม้าหลวงหลายครั้ง เมื่อมีการซ้อมรบเสือป่าตามมณฑลต่าง ๆ อีกด้วย

.......กล่าวกันว่า เมื่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์ต้องการให้กีฬาฟุตบอลเป็นที่นิยมในหมู่ของชาวไทยทุกชนชั้น โดยเฉพาะนักเรียน เพราะนอกจากการบำรุงร่างกาย ยังสามารถสร้างความสามัคคีและความเป็นสุภาพบุรุษ คือมีจิตใจอย่างนักกีฬา เมื่อเข้ารับราชการจะทำให้มองถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ของส่วนตัว ดังบทความตอนหนึ่งจากบันทึกความจำ เมื่อเป็นปลัดมณฑลอุบลราชธานี ของพระยาสุนทรพิพิธ ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ "วัตถุ" และ "จิตใจ" โดยเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน ดังนี้

......."...หวนนึกถึงวิชาวัฒนธรรมที่สอนว่า การบำรุงประเทศชาติให้บังเกิดความเจริญนั้น จะต้องกระทำทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจบุคคล เมื่อความเจริญบังเกิดแก่ทั้งสองด้านหรือสองทางสมดุลย์กันแล้ว ความเจริญนั้นจึงจะให้ผลเป็นคุณ แต่ถ้าเจริญทางหนึ่งทางใดทางเดียว เกิดความไม่สมดุลย์กันแล้ว ความเจริญนั้นกลับจะให้ผลเป็นโทษเป็นอันตราย ข้อนี้ย่อมเล็งเห็นความจริงได้แจ้งชัด เพราะโลกเรานี้มีคนเป็นสำคัญกว่าอื่นใดทั้งสิ้น และคนนั้นก็มีจิตใจเป็นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งทั้งหลาย จึงได้ชื่อว่า "มนุษย์" คือมีใจสูง ถ้ามนุษย์ใดมีใจต่ำ ก็จะเป็นดังที่ว่า "คอหยัก ๆ สักแต่ว่าคน" ฉะนั้น การบำรุงทางด้านจิตใจจึงเป็นความจำเป็นที่จะละเลยเสียมิได้..."

.......อดีตนักฟุตบอลโรงเรียนวัดบพิตรพิมุข และโรงเรียนมหาดเล็กหลวง พระยาสุนทรพิพิธ (เชย สุนทรพิพิธ) เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2516 นอกจากคุณาประโยชน์ที่ทำให้กับแผ่นดินจนได้รับการกล่าวยกย่องแล้ว สำหรับวงการ "หมากเตะ" ของสยาม จำต้องจารึกชื่อท่านในฐานะผู้บุกเบิกกีฬาฟุตบอลของมณฑลอีสาน ตลอดไป.

จิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้เขียน

http://www.siamfootball.com
ภาคอีสาน
  • ผู้บุกเบิกกีฬาฟุตบอลอีสาน
  • สโมสรฟุตบอลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ดูข่าวทั้งหมด

    Copyright by football76.com 
    Football76.com ฟุตบอลภูธร สู่ มืออาชีพ

    แลกลิ้งค์
    www.makewebeasy.com