
จุดกำเนิดการก่อตั้ง
"การศึกษาเรื่องราวในอดีต เป็นแนวทางสำหรับอนาคต" ก่อนจะมีปัจจุบันก็ต้องผ่านอดีตมาก่อนและต้องฟัน
ฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ นานัปการ เพื่อสร้างแนวทางของอดีตเป็นรากฐานที่สำคัญของอนาคต เราจึงควรศีกษาเรื่องราวต่าง ๆ
ในอดีตเพื่อเป็นกุญแจสำคัญ ในการปรับปรุงอนาคตให้ดีขึ้น บุคคล กลุ่มคนที่มีส่วนในการสร้างประวัติศาสตร์ในเรื่องราว
ต่าง ๆ ในอดีต ก็ควรจะได้รับการยกย่อง สรรเสริญในฐานะเป็นผู้ริเริ่ม เป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกของเรื่องราวต่าง ๆ เรื่อง
ราวตำนานของมหาอำนาจลูกหนังขาสั้น เจ้าของฉายา "ฉลามชล" ของเราก็เช่นกัน กว่าที่จะก้าวมาถึงทุกวันนี้ได้ก็มี
จุดเริ่มต้นจากศูนย์ และฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานัปการ และด้วยความมานะอุตสาหะก็นำทีม ACS ของเราประสบความ
สำเร็จในทุกวันนี้
ตำนานลูกหนัง ฉลามชล เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 ในขณะนั้น ภราดาวิริยะ ฉันทวโรดม (บราเดอร์หลุยส์ ชาแนล)
ได้เข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านเป็นอธิการที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
กรุงเทพฯ ท่านก็ได้ปลุกปั้นทีมอัสสัมชัญกรุงเทพฯ จนเป็นที่โด่งดังมาแล้วทั่วประเทศเมื่อท่านย้ายเข้ามาเป็นผู้อำนวย
การที่ศรีราชาแล้ว ท่านก็ยังไม่ทิ้งความฝันที่จะปลุกปั้นทีมฟุตบอลของโรงเรียนให้ยิ่งใหญ่ขึ้นเพราะท่านได้ตระหนักว่า
โรงเรียนใดทีมฟุตบอลดังโรงเรียนนั้นก็จะดังไปด้วย ท ่านจึงคิดที่สร้างทีมฟุตบอลช้างเผือกขึ้นมา แต่ด้วยความที่
ท่านเพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ทำให้การดำเนินการจัดการเกี่ยวกับโครงการค่อนข้างยาก ท่านจึงได้ติดต่อกับ
ศิษย์เก่าที่มีความสนใจในกีฬาฟุตบอลเข้ามาช่วยเหลือกิจการงานฟุตบอลของโรงเรียนช่วยท่านอีกแรง
ฟุตบอลเป็นเกมส์ที่เด็กอัสสัมชัญศรีราชาทุกคนต้องเคยสัมผัสมาก่อนอยู่แล้ว ทำให้เด็กอัสสัมชัญศรีราชาทุกคนมีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด การหาผู้ที่จะมาช่วยงาน ช่วยเหลือกิจการด้านช้างเผือกของท่านก็หาได้ไม่ยากประกอบกับบารมีของท่านเอง ที่มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่วประเทศอยู่แล้ว จึงมักมีคนที่คอยช่วยเหลือท่านอยู่ตลอดเวลาในทางฟุตบอลก็เหมือนกัน ท่านก็ได้พบกับศิษย์เก่าท่านหนึ่งที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์หน้าแรกให้กับ "ฉลามชล"
นั่นก็คือ คุณธนศักดิ์ สุระประเสริฐ หรือ คุณตุ๋ย ซ ึ่งเป็นผู้มีความรักมีหัวจิตหัวใจรักฟุตบอลเป็นอย่างมาก ทุ่มเทให้กับเด็กและเยาวชนของชาติ โดยมีวัตถุประสงค์อย่างเดียว คือ ต้องการเห็นฟุตบอลไทยไปเล่นในระดับโลก
ในปี 2535 คุณธนศักดิ์ สุระประเสริฐ ได้ทำทีมอยู่ที่โรงเรียนสมุทรพิทยาคม โดยคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถแต่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีมาสร้างโอกาสในทางฟุตบอล มีที่ัพัก มีอาหารให้กินฟรี อยู่ที่หอพักโรงงานของท่าน และส่งแข่งขันจนทีมสมุทรพิทยาคมมีชื่อขึ้นมา ในปีนี้เองสมุทรพิทยาคม ได้ตำแหน่งชนะเลิศฟุตบอลของฟุตบอลสยามและสยามกีฬา ที่ จ.อยุธยา จึงเป็นที่สนใจของบราเดอร์หลุยส์เป็นอย่างมาก จึงได้ติดต่อกับคุณธนศักดิ์ สุระประเสริฐ ให้เข้ามาช่วยเหลือกิจการของโรงเรียน โดยย้ายจากสมุทรพิทยาคมเข้ามาสู่อ้อมอกอัสสัมชัญศรีราชา
ปรัชญาของการทำทีมของท่านทั้งสองคือ การให้โอกาสเด็กยากจนให้มีโอกาสที่ดีในชีวิตเข้ามาเรียนกินอยู่ฟรีมีโอกาสที่ดีในชีวิตที่ได้เข้ามาเรียนในสถานที่ี่ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งขณะนั้นตรงกับปี 2536 มีช้างเผือกที่เข้ามาอยู่รุ่นแรกจำนวน 14 ชีวิตด้วยกัน เช่น ครองพล ดาวเรือง, จตุพงษ์ ทองสุข, อรรถกร เสนเพ็ง เป็นต้น เข้ามาสู่รั้วฉลามชล
ช้างเผือกยุคแรกของ ACS ที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนั้นยังไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเหมือนปัจจุบัน ต้องอาศัยอยู่ตามหอพักและตึกใน โดยมี ภราดาศักดา กิจเจริญ เป็นผู้ดูแลโดยแยกพักอยู่ตึกอัสสัมชัญ, หอพัก ม.เต็ม หอพัก ม.เกียรติศักดิ์ หอพัก ม.สมบัติ เป็นต้น โดยสวัสดิการต่าง ๆ ที่มอบให้กับนักกีฬานั้นสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศก็ว่าได้ มีที่พัก อาหาร อุปกรณ์การเรียนทุกอย่าง อุปกรณ์ฝึกซ้อมรวมถึงเงินเดือนหรือเงินค่าขนมอีกจำนวน 300 บาท/เดือน และสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลฟรีทุกอย่าง จึงทำให้ช้างเผือกของเรามีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมเต็มที่สำหรับการฝึกซ้อมและแข่งขัน
เมื่อแรกย่างเข้าสู่อัสสัมชัญศรีราชาด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของ บราเดอร์หลุยส์ ชาแนล ที่จะสร้างโครงการช้างเผือก เพื่อเป็นการรับประกันความยิ่งใหญ่ ท่านจึงได้เนรมิต "สนามสิรินธร" ขึ้นมาเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ด้วยงบประมาณการสร้างกว่า 16 ล้านบาท ทำให้วงการฟุตบอลของ ACS ยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันตาเห็น โดยใช้เป็นสนามฝึกซ้อมและแข่งขัน สนามนี้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสนามที่ดีที่สุด 1 ใน 5 สนามของประเทศมาแล้ว (Top 5) เมื่อทุกอย่างลงตัวก็ทำการฝึกซ้อมโดยมี อาจารย์ฤทธิ์ ชมน้อย, ม.ธวัชชัย แก้วชื่นชัย และ ม.ปราศรัย กลัดนิล เป็นผู้ดูแลการฝึกซ้อมและดูแลความเป็นอยู่ของช้างเผือกรุ่นแรก ๆ มี ม.เต็ม พรหมบรรดาโชค เป็นผู้จัดการทีมควบคุมและดูแลบริหารงาน จากนั้นก็เริ่มทำการฝึกซ้อมและแข่งขัน ส่งแข่งขันรายการแรก คือ ฟุตบอลกองทัพอากาศ 18 ปี ก. ปรากฏว่าได้รองชนะเลิศ โดยเข้าชิงชนะเลิศกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ซึ่งเป็นมหาอำนาจอยู่ในขณะนั้น และนักฟุตบอลของเรามีอายุเพียง 17 ปี รายการที่ 2 นั่นคือ ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษาประเภท ข โดยได้ตำแหน่งชนะเลิศ ซึ่งกับโรงเรียนดรุณราชบุรี ปรากฏว่า ACS ชนะ 3 : 2 ได้ตำแหน่งชนะเลิศพร้อมกับขึ้นชั้นมาอยู่ประเภท ก ได้สำเร็จ ในปีแรกถือว่าสร้างความสำเร็จได้เป็นอย่างดี
ปลายปี 2536 นี้มีศิษย์เก่าที่มีความรักและหลงใหลชื่นชอบเกมส์ฟุตบอลและเคยเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนมาก่อนสมัยเป็นนักเรียนอีกท่านหนึ่งคือ คุณอรรณพ สิงห์โตทอง ก็เข้ามาช่วย เหลือกิจกรรมงานช้างเผือก บุคคลทั้งสองท่านนี้เป็นผู้มีอุปการคุณกับนักฟุตบอลช้างเผือกเป็นอย่างมากเน ื่องจากเข้ามาช่วยดูแลความเป็นอยู่ สร้างความอบอุ่น สร้างขวัญและกำลังใจในด้านสวัสดิภาพ สวัสดิการ นอกเหนือจากที่โรงเรียนได้ช่วยเหลือ เช่น
1. ดูแลเรื่องอุปกรณ์การฝึกซ้อม และแข่งขัน
2. รองเท้าฟุตบอล (สมัยก่อนยังไม่มี Sponsor เข้ามาช่วย)
3. หา Sponsor ต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือทีมฟุตบอล
4. จัดเลี้ยงฉลองให้เมื่อประสบความสำเร็จ
5. จ่ายเงินพิเศษเป็นค่ารถกลับบ้านเวลาปิดเทอม(เด็กส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด) คุณธนศักดิ์ และ คุณอรรณพ จะหอบเงินมาจ่ายค่ารถให้ทั้งไปและกลับ โดยไม่คิดสิ่งใดตอบแทน
6. และอื่น ๆ อีกมากมาย จนทำให้ขวัญและกำลังใจของทีมช้างเผือกของเราดีเยี่ยม
หลังจากที่ประสบความสำเร็จในปีแรกที่เข้ามาสู่ค่ายฉลามชลแล้ว โดยการคว้าแชมป์กรมพลศึกษา 18 ปี ข. แล้ว ในปี 2537 ก็ได้ขึ้นมาเล่นในรุ่น 18 ปี ก. ถือเป็นการก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วในการเล่นลีกสูงสุดของนักเรียนในปีนั้นนั่นเองที่มีการให้นักเรียนช้างเผือกทุกคนมาอยู่รวมกัน เนื่องจากเกิดปัญหาเรื่อง เวลาฝึกซ้อมแข่งขันเพราะทุกคนแยกกันอยู่ บราเดอร์หลุยส์ จึงจัดให้นักเรียนเข้าพักที่ "บ้านเซนต์ปีเตอร์" ถือเป็นแหล่งกบดานแห่งแรกของนักเตะค่ายฉลามชล
ในปี 2537 หลังจากที่ทุกอย่างลงตัว ทั้งด้านที่พัก อาหาร ความเป็นอยู่ สนามฝึกซ้อม อุปกรณ์ฝึกซ้อม สมบูรณ์อย่างเต็มที่ เจ้าฉลามร้ายก็ออกอาละวาดสร้างความน่าสะพรึงกลัว ให้กับวงการลูกหนังนักเรียนอย่างเต็มที่ส่งแข่งที่ใด ก็มักประสบความสำเร็จ เช่น
1. กรมพลศึกษา 18 ปี ก. ชนะเลิศโดยชิงกับวัดสุทธิวราราม ชนะ 3 : 1 หลังจากที่ก้าวขึ้นมาสู่ประเภท ก. เพียงปีแรก
2. ชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยผู้บัญชาการทหารอากาศ 18 ปี ก.
3. ชนะเลิศฟุตบอลนักเรียนกรุงเทพมหานคร 18 ปี ก. สร้างประวัิติศาสตร์คว้า 3 แชมป์ในปีเดียวกัน
4. รองชนะเลิศฟุตบอล Grand Sport High School Soccer League มี 8 ทีม พบกันหมด เหย้า - เยือน
5. รองอันดับ 2 ฟุตบอล ปตท. ชิงแชมป์นานาชาติ โดยรัสเซีย อันดับ 1 เกาหลี อันดับ 2 และ ACS อันดับ 3
6. แชมป์ฟุตบอล QUEEN'S CUP เยาวชน Panasonic เล่นให้กับสโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย
ทั้งหมดนี้คือผลงานในช่วงก้าวแรกของการทำทีม ACS ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ผงาดขึ้นสู่เจ้ายุทธจักรฟุตบอลนักเรียนจนเป็นที่โด่งดังไปทั่ว ภายใต้การนำทีมของ ครูฤทธิ์ ชมน้อย และในปีนี้เองก็มี Mr. Bruce Campbell ซึ่งก็เป็นโค้ชชาวต่างชาติอเมริกา ก็ได้เข้ามาร่วมสร้าง ประวัติศาสตร์หน้าแรกให้กับอัสสัมชัญศรีราชาอีกด้วย พร้อมกับนักเรียนช้างเผือกรุ่นที่ 2 ก็เข้ามาสู่บ้านเซนต์ปีเตอร์
ในปี 2538 นักกีฬาส่วนใหญ่อยู่ในชั้น ม.6 แต่อายุเกินเนื่องจากในครั้งแรกที่เข้ามาเรียนทุกคนจะถูกซ้ำชั้นหมด เนื่องจากปัญหาด้านการ เีรียน ชุดนี้จึงได้เล่นแค่ ฟุตบอล Yamaha Thailand Cup รายการเดียวแล้วก็ประสบความสำเร็จในการได้รองชนะเลิศอันดับ 2 ที่ จ.สุพรรณบุรี
ในปีนี้เองที่คุณธนศักดิ์และคุณอรรณพ ได้เชิญ คุณวิทยา เลาหกุล ที่กลับมาจากญี่ปุ่นใหม่ ๆ มาเปิดอบรมวิทยากรที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และได้ติดต่อทาบทามให้มาช่วยเหลือกิจการด้านฟุตบอลโดยเป็นที่ปรึกษาให้กับทีม เพื่อความหวังที่ว่าจะนำฉลามชลให้ิยิ่งใหญ่ิยิ่งขึ้นไปอีก และได้ติดต่อทาบทามโค้ชคนใหม่จากโรงเรียนกีฬา จ.สุพรรณบุรี เข้ามาเป็นผู้ช่วยวิทยา เลาหกุล ซึ่งก็เข้ามาร่วมอบรมของวิทยาในครั้งนี้ด้วย คือ ม.จเด็จ มีลาภ ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอล ACS เข้ามาปลายปี 2538 เข้ามาช่วยกิจการของโรงเรียนเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่อีกแรง
ข้อมูลโดย : โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา www.acs.ac.th |